รู้จัก ' โปรเททไทด์(Protetite) ' สารช่วยเพิ่มมวลกระดูก

 ' โปรเททไทด์  ' นวัตกรรมระดับนาโนโมเลกุล สกัดจากเกล็ดปลายี่สกของไทย มีโครงสร้างใกล้เคียงกับกระดูกมนุษย์   ร่างกายดูดซึมง่าย ช่วยเพิ่มมวลกระดูกและเพิ่มคุณภาพของกระดูก
 
จากผลการศึกษาเรื่อง “BONE LOSS Great Danger to Health and Life” หรือ การสูญเสียมวลกระดูก คือ มหันตภัยต่อชีวิตและสุขภาพ” โดย ดร.สังสิทธิ์ ศรีสุคนธ์  ธรรมชาติบำบัด บ่งชี้ว่า การสูญเสียมวลกระดูก คือ  “ภัยเงียบของสุขภาพ” เพราะ “กระดูก” มีความสำคัญหลายประการ ทั้ง ป้องกันอวัยวะภายใน เช่น สมองที่อยู่ในกะโหลก หัวใจและปอดที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระดูกหน้าอก กระดูกซี่โครง และกระดูกสันหลัง


 
นอกจากนั้นยังเป็นที่ยึดเกาะของอวัยวะภายในทั้งโดยตรงและโดยอ้อม เมื่อมีอายุที่เพิ่มมากขึ้น กระดูกเสื่อมลง กระดูกสันหลังยุบตัว หัวใจและปอดจึงหล่นลงมากดทับอวัยวะในช่องท้อง ทำให้การทำงานของอวัยวะในช่องอก และช่องท้องผิดปกติ และดันลงไปในส่วนของเชิงกราน ซึ่งเป็นอวัยวะสืบพันธุ์ภายใน


 
MR.Yoshiaki Okada  ประธานบริษัท RBS ประเทศญี่ปุ่น มอบหมายให้ Isamu Kasima ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกอันดับหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเคยทำงานวิจัยอาหารแคปซูลให้กับนักบินอวกาศที่องค์การนาซ่ามากกว่า 10 ปี  ทำการวิจัย ' เกล็ดปลายี่สก '  หรือชื่อภาษาอังกฤษ Julian's golden carp  เมื่อนำมาผ่านกระบวนการเฉพาะ สกัดออกมาเป็น' โปรเททไทด์  (Protetite) ' ที่มีขนาดเล็กในระดับนาโนโมเลกุล ในกลุ่มโปรตีนคอลลาเจน Type1ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึม กักเก็บ นำไปใช้ประโยชน์ สามารถเพิ่มมวลกระดูก และเพิ่มคุณภาพของกระดูกได้อย่างรวดเร็ว
เนื่องจากมีโครงสร้างใกล้เคียงกับกระดูกมนุษย์ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึม กักเก็บและนำไปใช้ประโยชน์ได้เร็วกว่าสารประกอบเชิงเดี่ยว  ที่ประกอบไปด้วยแร่ธาตุเชิงซ้อนทั้งแคลเซียม ,ฟอสฟอรัส,แมกนีเซียม จับตัวกับคอลลาเจน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่เป็นโครงร่างพื้นฐานให้เซลล์อ่อนของกระดูกมายึดเกาะ ทำให้การสร้างกระดูกมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น


 
โดยทีมวิจัยทดลองในหนูทดลองที่ถูกทำให้เป็นโรคกระดูกพรุนด้วยตัดรังไข่ออกแล้ว  ให้ ' โปรเททไทด์' ทุกวันเป็นเวลาสองเดือนเพื่อเปรียบเทียบ  จากผลการศึกษาโดยใช้กล้องสามมิติวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกหนูทดลองร่วมกับการวัดระดับแคลเซียม ฟอสฟอรัสและแมกนีเซียมในกระแสโลหิต พบว่าหนูทดลองมีความหนาแน่นของมวลกระดูกภายนอกเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งเนื้อกระดูกภายในก็สามารถเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพของกระดูกดีมากขึ้นและไม่มีผลข้างเคียง


นอกจากนั้นยังได้มีการทดลองกับหญิงวัยหมดประจำเดือนจำนวน 30 คนที่มีแนวโน้มมวลกระดูกลดลงและเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระดูกพรุน บริโภค ' โปรตีไตท์ '  เป็นระยะเวลา 1 ปี พบว่าค่าเฉลี่ยความหนาแน่นของมวลกระดูกเพิ่มมากขึ้น และยังสามารถป้องกันการลดลงของความหนาแน่นของมวลกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการทดลองนี้ได้ผ่านสิทธิบัตรรองรับทั้งด้านกระบวนการผลิตและคุณภาพของวัตถุดิบจาก4ประเทศ คือญี่ปุ่น อเมริกา จีน และเกาหลี


ที่สำคัญมากผู้บริโภคทุกคนต้องทราบว่าแคลเซียมไม่สามารถสร้างความแข็งแรงของกระดูกและไขกระดูกได้โดยลำพัง แต่ต้องทำงานคู่กับ คอลลาเจน(collagen) แบบพึ่งพาอาศัยกัน  หากเราเปรียบเทียบโครงการกระดูกของเราเป็นเสาคอนกรีต เสาแต่ละต้นก็จะต้องมีเส้นเหล็กคอยยึดเสาคอนกรีตนั้นๆให้เป็นรูปทรงที่แข็งแรงและได้มาตรฐาน  กระดูกก็เช่นกันจะต้องมีเส้นใยคอลลาเจน เพื่อทำหน้าที่ยึดโครงสร้างของกระดูกไว้  หากวันใดที่คอลลาเจนของกระดูกถูกทำลาย แคลเซียมในกระดูกที่เคยถูกยึดไว้ก็จะลดลงตามไปด้วยนั่นเอง